สวัสดีอีกครั้งครับพี่น้อง เป็นยังไงกันบ้างหยุดยาว ๆ อย่างนี้ คงเที่ยวสงกรานต์กันเต็มอิ่ม ก็หวังว่าจะปลอดภัยกลับ มากันทุกคนนะคร้าบ ส่วนกระผมเองอยากจะบอกว่าไม่ล่ายไปไหนกะเขาเลยครับ ได้แต่กลับบ้าน (ชุมพร) เจอญาติ - พี่น้องบ้าง แต่แทบไม่ได้ไปไหนเลยครับ เหตุเิกิดจากแฟนป๋มเค้า ต้องบวชแก้บน (เค้าให้คีโมมา ๖ เดือนแล้วผ่าน มาได้) ซึ่งฤกษ์บวชนั้นแม่ยาย(ว่าที่) เพิ่งจะมาบอก ไอ้โครงการเที่ยวต่าง ๆ ก็เลยฟาล์วไป

 

อ๊ะ อ๊ะ อย่าเพิ่งงงครับ ว่าแล้วไอ้หัวหิน ถิ่นมีหอยเนี่ยมันมาได้ไง ครับ! เมื่อเห็นท่าว่าสงกรานต์นี้คงไม่ได้ไป ไหนกับใครเค้า ก็เลยตกลงใจกันว่างั้นเที่ยวมันก่อนสงกรานต์แล้วกัน ว่าแล้วเราก็มาเริ่มกันเล้ยยยยยยย

 

อย่างเคยครับผมควบฟอร์ดเรนเจอร์คันเก่งจากปราจีนฯแต่เ้ช้า เพื่อไปรับแฟนเค้าที่หน้าบิ๊กซีพระรามสองฝั่งตรง ข้ามเซ็นทรัล หลังจากทานข้าวเช้า (สายครับ ประมาณ ๑๐ โมง) กันเรียบร้อยก็ออกเดินทาง รถราก็ไม่เยอะครับ (ข้อดีของการเดินทางก่อน เทศกาล) ขับรถเรื่อย ๆ ผ่านสมุทรสาคร, สมุทรสงคราม เลี้ยวเข้าเพชรบุรี แล้วเลี้ยว ซ้ายอีกทีเพื่อไปหัวหินเป้าหมาย

 

เราไปถึงหัวหินเอาราวเกือบบ่ายสาม จากนั้นก็ิเิริ่มปฏิบัติการหาโรงแรมพักผ่อนกัน ซึ่งได้หาข้อมูลมาแล้วว่าคืนนี้ จะไปนอนกันที่ "บ้านกางมุ้ง" ที่พักชื่อเก๋ไก๋ และแปลกระคนกัน ซึ่งตั้งอยู่แถบ ๆ เขาตะเกียบ อยู่บนถนนเส้นเลียบ ชายหาด กว่าจะเจอเราก็ตระเวณหาตั้งแต่ในตัวเมืองเลยครับ แต่พอได้สัมผัสที่จริงก็รู้สึกว่าห้องมันจาแคบไปน้า ถึงจะใกล้ชายหาด และการออกแบบจะดูน่ารัก ๆ ก็เหอะ แถมสนนราคาต่ำสุดอยู่ที่ ๑,๗๐๐ บาท/คืน (ขนาดเป็น โรงแรมแถบชายหาดที่ราคาถูกที่สุดแล้วนะ) ก็เลย เปลี่ยนใจกันคร้าบ ไปหาเอาในเมืองละกัน (อยากจะแนะนำ สำหรับคนเบี้ยน้อย หอยน้อย ถ้าอยากเที่ยวหัวหิน ให้หาที่พักในเมืองจาดีกว่า ราคาเรารับได้ราวพันนึง อีกอย่าง กลางคืนไฮไลท์ของที่นี่ "ตลาดโต้รุ่งหัวหิน" ก็อยู่ในเมือง เช้า ๆ สาย ๆ เราค่อยไปชายหาดก็ได้)

 

หลังจากหากันอยู่นานเราก็ได้ที่นึงชื่อ "โรงแรมสุขสบาย" ครับ เป็นโรงแรมเล็ก ๆ ราคาแค่คืนละ ๑,๒๐๐ เท่านั้น ย่อมเยาว์มากแล้ว (สำหรับที่นี่) ไม่รวมอาหารเช้านะ แถมแค่น้ำสองขวด ห้องหับใช้ได้ยังใหม่เอี่ยมเลย แถม ที่พิเศษคือ มีเซฟตี้บ๊อกซ์ให้เก็บของมีค่าด้วย แหมอย่างกับโรงแรมแพง ๆ เลย ว่าแล้วผมก็ถ่ายภาพตรงนั้นตรงนี้ ไปเรื่อย หันมาอีกทีก็เห็นแฟนแอ้งแม้งไปเป็นที่เรียบร้อย คงจาเหนื่อยน่าดู ลองชมภาพประกอบสิ

 

 

 

น้ำฟรีสองขวดคร้าบ ไอ้ขวดใหญ่ซื้อมาแช่เอง ราวสองสามชั่วโมงต่อมาเมื่อพักจนหายเหนือยแล้วท้องก็เริ่มหิว ก็เป็นอันได้เวลาไป "ตลาดโต้รุ่งหัวหิน" ไฮไลท์ของวันนี้เพื่อหารับทาน เราเดินกันไปนะเนื่องจากตลาดอยู่ไม่ ไกลจากที่พักมากนัก ซึ่งไม่นานเราก็ได้ที่ดับหิวชื่อ "หมูซีฟู้ด" เป็นร้านตามสั่ง คนนั่งกันค่อนข้างแน่น ก็เลยเอา น่าจะไม่ผิดหวัง ก็เป็นอันสั่งข้าวมารับทานกัน

 

ระหว่างเล็ง กินอารายดีน้าาาาา ว่าแล้วก็สั่งผัดสะกอกุ้ง+แกงจืด+ข้าว+น้ำเปล่า

 

บรรยากาศระหว่างรอ มีทั้งพี่ไทย พี่หรั่งนั่งกันสลอน ขนาดยังหัวค่ำนะเีนี่ย

 

มาแว้ว! น่าทานม้ากกกกก โดยเฉพาะสะตอเม็ดใหญ่ แอนด์ กุ้งตัวบะเร่ิอ ราคาก็เบาะ ๆ ของแถบนี้ รวมน้ำเปล่า แล้วอยู่ที่ ๑๗๐ คับผม รสชาดออกหวานนิดนึงง่ะ คงทำเผื่อฝรั่งจนชินมั้ง เมื่อเสร็จภาระกิจเราก็ออกสำรวจซี คร้าบบบบบบ มามะทุกท่านป๋มจะพาไปเที่ยว

 

ผลไม้ครับ สด ๆ อวบ ๆ คุณภาพคับแก้วจริง ๆ (แต่ราคาไปถามกันเอาเองคับ) แฟนเค้าอยากกินเงาะ ก็เอาครับ ซื้อครึ่งโลนะพอหายอยาก (ไม่ใช่งกนะเงาะเนี่ยวันนั้นโล ๖๐ เท่าน้านนนน)

 

เอ้าใครอยากเช่าพระ เร่เข้ามา เจอโจทย์แล้วอยากหนังเหนียว หรือต้องนอนคนเดียวแล้วกัวผี เชิญค้าบ

 

ใครยังไม่มีเื้สื้อสายเดี่ยวไว้ใส่ชิลล์ชายหาด ก็เชิญได้ (แหมมีทู้กกกอย่างจริงๆ)

 

ถึงครึ่งทางจะเจอขนมโบราณ "กะลอจี๊" ของป้าแดง เป็นแป้งนิ่ม ๆ ทอดดูคล้าย ๆ กุ่ยช่ายแฮะ แต่ช่วงนั้นอิ่มครับ เลยไม่ได้ลอง แถมนางแบบก็ดูไม่ได้สนใจเล้ยยยยย ลองดูเอาในภาพสิ

 

ต่อ ๆ อยากได้โคมไฟ แอนด์ หลอดไฟสีมั้ย เชิญคร้าบบบบ

 

มาเที่ยวทาเล ไม่ได้รับทานซีฟู้ด เดี๋ยวเค้าจาว่ามาไม่ถึง ซักหน่อยมั้ย (แถวนี้ร้านซีฟู้ดเพียบ มีทั้งเผา, ทอด จัดให้ได้ทุกกรรมวิธี) ถ้ามีตังค์จ่าย

 

ฝาหรั่ง แขก ไทย จีน ฯลฯ นั่งกันเพียบ คึกคักจริง ๆ ยิ่งดึกคนยิ่งเยอะ เนี่ยราวสองสามทุ่มแล้วนะ

 

ต้องการแนวอินเตอร์มั้ยคับ ซาตง ซาเต็ก มีโม้ดดดดดด ทั้งเนื้อ ปลา ไก่

 

ตุ้มหูก็มีนะ ว่าก็ว่าเหอะ หาไรมีแทบทู้กกกอย่างงงงง จริง ๆ (เสียแต่ว่าคู่ละห้าหกสิบขึ้นทั้งน้านนนนน)

 

บรรยากาศตรงปลาย ๆ ถนนคับ กว่าจะมาถึงเหนื่อยพอได้เชียวละ่

 

ก่อนกลับก็มะม่วงน้ำปลา(กะปิ)หวานซ้าหน่อย แก้ง่วง ร้านเนี้ยชื่อ "สาลี่กะปิหวาน" อยู่ตรงข้ามกับ "หมูซีฟู๊ด" แหละ มีน้ำปลาหวาน และผลไม้ให้ เลือกหลากชนิด ของเค้าดังนะ ออกรายการทีวี และลงหนังสือมาเพียบ แต่เจ้าของร้านบึ้งซะไม่ยักกะยิ้มสักแอะ ไม่เห็นเหมือนที่เค้าโปรโมทเยยว่ายิ้มหวานนนนนน (สงกาสัยว่าเพราะซื้อเค้าแค่ชุดเดียวล่ะม้าง)

 

สภาพระหว่างเดินกลับครับ ดูกันเอาเอง อย่างกับวิ่งสี่คูณร้อยมางั้น คงไม่ต้องเดานะครับว่าถึงโรงแรมแล้วทำไร กันต่อ หลับซีคร้าบบบบบ สภาพผมก็ไม่ต่างจากแฟนเท่าไหร่เพียงแต่เค้าไม่มีแรงถ่ายรูปมาให้ดูเท่านั้นแหละ

 

ตื่นเช้า (สาย) มารับอากาศอันสดชื่นนนน ต่างจากเมื่อคืนอย่างเห็นได้ช้าดดดดด อิ อิ

 

เก็บข้าวของแล้วก็มาชักภาพแถวระเบียงหน้าห้องไ้ว้เป็นหลักฐาน

 

อีกซักรูป ราว ๆ สิบโมงเราก็เช็คเอาท์จากโรงแรมครับ ไปเที่ยวชายหาดหัวหินกันดีกว่า

 

หน้าหาดจะมีที่สำหรับจอดรถชั่วโมงละ ๑๐ บาท (ที่จอดค่อนข้างแคบคุณอาจจอดไว้ด้านนอก แล้วค่อยเดินเอา ก็ได้) ระหว่างทางก่อนจะถึงหาดจะมีของที่ระลึกจำพวกหอยทะเล, โมบายกะลามะพร้าว หรือพวกของทานเล่น ก็มีครับ ราคาก็ไม่แพงมากนัก (ยังไงก็แพงกว่าที่อื่นน่ะนะ ก็นี่มันหัวหินถิ่นคนมีเบี้ย (มาก) นี่หว่า)

 

มีม้าบริการนั่งชมหาดด้วยยยยยยย รอบละ(ไปกลับภายในบริเวณหาด) ๕ - ๖ ร้อยบาทเท่าน้านนนนน ลองต่อ รองแค่ขึ้นไปนั่งได้มั้ย ด้ายยยยยครับ ขึ้นไปนั่งบนม้าเฉย ๆ ถ่ายรูป ถ้าท่าเดียว ยี่สิบ เหมาท่า(ถ่ายรูปกี่ครั้งก็ได้) แค่ห้าสิบเท่านั้น ตอนนั้นบอกได้เลยว่าไม่มีอารมณ์ครับถ้าเป็นเย็น ๆ หรือเช้ากว่านี้ไม่แน่ ไปถึงตอนนั้นจะ ๑๑ โมงแว้ววววว ร้อนจาตายชัก ไม่ไหว หาอะไรกินกันดีกว่า หิวมากแล้วด้วย

 

บรรยากาศชิล ชิล (แต่ร้อนโคตรถ้าไม่ได้อยู่ในร่ม) หน้าร้านอาหารริมชายหาด

 

สั่งอาหารดีกว่ากองทัพต้องเดินด้วยท้อง รู้สึกว่าเค้ามีระบบควบคุมราคาอาหารเป็นของ อบต.หัวหินมั้ง (ถ้าไม่ ควบคุมจะเป็นยังไงเนี่ย หุ หุ)

 

มาแล้ววววว ขอลุยก่อนนะคร้าบบบบบ สั่งอาหารมาสองอย่างเท่านั้นแหละ ต้มยำทะเล+ข้าวผัดทะเล (ทีแรก จาสั่งต้มยำปลา แต่แฟนบอกเห็นราคาแล้วขนลุกกกกก ก็เลยเออรวมมิตรทะเลก็ได้) รู้สึกว่าค่าตัวกุ้ง+หอย+หมึก ในต้มยำ แอนด์ข้าวผัดจาราว ฉองย้อยห้าสิบเท่าน้านนนน ไม่เป็นไรค้าบบบ สงสัยข้าวจาแพงงงงง (ดีนะที่หิ้วน้ำเปล่ามาเองเลยเสียแค่ค่าน้ำแข็งเปล่าราคาแค่ถังละ ๒๐ บาท) กินกันเต็มคราบ แล้วก็ถึงเวลาเดินย่อยสิครับ

 

หน้าฮิลตั้นโรงแรมที่เราพัก(ไม่ได้) เฮ้อ! น่าพักซ้าาาาา แต่คืนนึงราวสี่พันแน่ะ ไม่ไหว ไม่ไหว

 

ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่ชายหาดหัวหินจ้า ห่วงยาง, บานาน่าโบ้ทมีบริการนะ เชิญเลือกกันตามอัธยาศัย

 

พักซะหน่อย เดินนาน ๆ ชักเริ่มเหนื่อย (ที่เห็นนั่งอยู่น่ะเป็นพวกเปลือกหอยนะไม่ใช่หิน นั่งแล้วเจ็บก้นน่าดู)

 

ฝากรองเท้าเอาไว้ ฝากรองเท้า เอ้ย! รอยเท้าเอาไว้ เก็บไปแค่ภาพถ่าย ราวสิบเอ็ดโมงแก่ ๆ เราก็ออกเดินทาง จาก "หัวหิน ถิ่น(คน)มีหอย & เบี้ยเยอะ ๆ" เพื่อไปต่อยังที่เที่ยวสุดท้าย "วัดตาลเจ็ดยอด" ครับ

 

มาถึงวัดตาลเจ็ดยอด จะเห็นรูปหล่อ "ปู่โต" หรือ "สมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังษี" เกจิดัง พระอาจารย์ของล้น เกล้ารัชกาลที่ ๕ ผู้สร้างสุดยอดตำนานพระเครื่อง "พระสมเด็จวัดระฆัง" อันลือลั่น ซึ่งองค์ที่เห็นใหญ่โตมากครับ ทางวัดเค้าว่าใหญ่ที่สุดในเมืองไทย ไอ้กระผมก็ไม่แน่ใจหรอก เพราะมีแบบนี้อีกที่ที่โคราช ที่สรพงศ์สร้างก็เห็น โฆษณาว่าใหญ่ที่สุดเหมือนกัน ผมก็ไม่เคยคิดจะจดสถิติด้วย ก็เลยจนใจครับ เอาเป็นว่ามีขนาดใหญ่พอ ๆ กัน นะครับ บริเวณ "วัดตาลเจ็ดยอด" นี่น่าจะบูรณะใหม่และเริ่มมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมากขึ้นเพราะการสร้าง รูปหล่อ "ปู่โต" นี่แหละครับ มาเราไปนมัสการท่านกัน

 

บันไดทางขึ้น และลงครับ มีทางเดียว ไม่ค่อยชันเท่าไหร่ แต่มันร้อนมั่ก ๆๆๆ

 

ด้านบนครับ ผ่านมาทางใต้ก็อย่าลืมแวะนมัสการท่านนะ เป็นกำลังใจและทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย สาธุ!

 

สักการะท่านแล้วก็ถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกซักหน่อย

 

อีกซ้ากก รูป (ร่มที่เห็นยืมของวัดเอาครับ เค้าคงรู้ว่ามันร้อน ก็เลยจัดเตรียมเอาไว้ให้ยืม)

 

์ลงบันไดมาตรงชั้นกลาง (ใต้รูปหล่อหลวงปู่) จะมีพระคอยรับสังฆทาน และเจ้าหน้าที่คอยรับบริจาค ที่เห็นใน ภาพแฟนเค้าสรงน้ำพระครับ (ทางวัดจัดไว้ให้เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์)

 

สรงน้ำพระพุทธแล้ว ก็ต้องไม่ลืมพระอรหันตสาวกมากมายหลายองค์ สาธุ!

 

ด้านล่างตรงตีนบันไดทางขึ้น(บริเวณหัวพญานาคทั้งสองด้าน) ประดิษฐานองค์ท้าวจตุคามรามเทพไว้ให้เรา สักการะ เป็นอันจบทริป "สงกรานต์ หัวหิน ถิ่นมีหอย และคนยังเบี้ย(มีตังค์เหลือเยอะ)" ไว้เท่านี้ หวังว่าคงอิ่มบุญกันถ้วนหน้านะครับ แล้วเจอกันทริปหน้า

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

แหม..น่าจะเอารูปลิงบนวัดเขาตะเกียบมาให้ดูบ้างนะคะยากเห็น
จะหาโอกาสไปกราบนมัสการหลวงปู่โต สักครั้นึงค่ะ เพราะผ่านมาหลายครั้งมากเลย ก็ยังไม่ได้แวะกราบท่านสักที ว่าแต่เรื่องความใหญ่เนี่ย จะแข่งกันทำไมเนอะ อิอิ

#2 By on 2008-05-10 23:16

อ้าว พึ่งจะรู้ครับคุณตัวเล็ก กะตัวใหญ่ว่าบนเขาตะเกียบมีลิงด้วย ถ้าไงมีโอกาสซ้ำผมจะตามไปถ่ายมาให้ได้เลย ส่วนคุณ classicroom ยังไงก็หาโอกาสไปนมัสการท่านให้ได้นะครับ ถ้ามีโอกาสผ่านลงไปทางใต้อีก เข้าไปไม่ไกลครับ (ราว ๓ - ๔ กิโล)รับรองความคุ้มค่าครับผม

#3 By worrior (202.44.45.30) on 2008-05-30 21:24