สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกครั้งหลังจากรอคอยมานาน (ผมรอพบพวกคุณน่ะ ) จริง ๆ ทีแรกกะเอาเรื่อง "ฉุกละหุกทัวร์(อีกแล้ว)ที่เขาใหญ่" มาเขียน แต่คิดไปคิดมาอารมณ์มันไม่ได้เท่าทริปนี้ ก็เลยขออนุญาตลงก่อน เลย เพราะเป็นทริปสดสด ร้อนร้อน (๑๖-๑๗ มี.ค. ๕๑ นี้เอง) เอ้า! มาเริ่มกันเล้ย

 

เมื่อทุกอย่างพร้อม (อีกแล้ว) คือทั้งงาน(เวลาว่าง), ทั้งแฟน, วิตามินเอ็ม ผมก็ได้ฤกษ์ออกตะลอนไทกันอีกครั้ง คราวนี้ที่หมายคือ "อุทยานแห่งชาติทับลาน" แหล่ง "ป่าลาน" แหล่งสุดท้ายของเมืองไทย ซึ่งมีอาณาเขต ครอบคลุมหลายอำเภอของนครราชสีมา และอำเภอนาดีของปราจีนบุรี ความน่าสนใจของอุทยานฯนี้ (สำหรับผม) คงไม่ใช่เพราะเป็นแหล่งป่าลานสุดท้ายของประเทศก็เป็นได้ แต่เป็นคำร่ำลือที่ได้ยินได้ฟังมา ทั้งจากในเว็บ และ จากเพื่อนที่เคยไปต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่ามัน สวยยยยยยยย! อากาศดี น่าไปเที่ยวครับ อีกอย่างก็อยู่ ในเขต จังหวัดปราจีนฯ (ซึ่งกระผมทำงานและพำนักอยู่) ว่าแล้วด้วยเวลาเตรียมตัวน้อยนิด(ไม่แนะนำ) เพียงเช็คข้อมูลแผนที่ และสถานที่น่าสนใจจากเว็บแค่เว็บเดียวกระผมก็เิริ่มออกเดินทาง โดยดูจากแผนที่ที่ไป โหลดมาจากเว็บ (ตามภาพตัวอย่างข้างล่าง) ซึ่งแผนที่เจ้ากรรมนี่เองครับทำให้เกิดทริป "ทัวร์คางเหลือง" ครั้งนี้ขึ้นมา

 

 

คุณ ๆ (ถ้ายังไม่เคยไป) ดูแผนที่แล้วรู้สึกว่ามันก็ธรรมดาใช่มั้ยครับ เหอ ๆ เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง (อ่าน) เมื่อเห็น แผนที่เป็นอย่างนี้ผมก็เริ่มกะทริปคร่าว ๆ ครับว่าเราเริ่มออกเดินทางตอนสาย ๆ ก็ได้เพราะดูแล้วแต่ละสถานที่ ก็ไม่ได้ดูห่างไกลกันจนน่าจะเดินทางลำบากอะไร (หรือต้องรีบร้อนอะไร) ก็เลยออกเดินทางเอาประมาณบ่าย โมง แรก ๆ ก็ดูดีครับสดชื่นรื่นเริง ฟังเพลง ร้องเพลงกันไป (มีฟามสุขที่ซู้ดดดดดดด!) โดยใช้ทางหลวง หมายเลย ๓๓ ออกจากแถว ๆ แยกนเรศวรฯ เมื่อถึงสี่แยกอำเภอกบินทร์ฯ ก็แค่เลี้ยวซ้ายเพื่อเข้าเส้น ๓๐๔ (ทีแรก ก็งงเล็ก ๆ เหมือนกันเพราะก่อนหน้านี้ก็มีสี่แยกแต่มันแค่เล็ก ๆ ก็ถามเพื่อนที่เคยไป ก็ได้ฟามชัวร์ว่าไม่ใช่แน่ เพราะต้องเป็นสี่แยกขนาดใหญ่ ถนนที่ตัดผ่านต้องเป็นหลายเลน ก็เลยเลี้ยวถูก ส.บ.ม.ย.ห.) ผ่านเข้าเส้น ๓๐๔ มาได้นิดนึงก็แวะปั๊ม เข้าห้องน้ำ และทานข้าว (เป็นปั๊มใหญ่ มีคนจอดรถเยอะ มีของที่ระลึกขายด้วย) จากนั้นก็เริ่ม เป็นเส้นทางขึ้นเขา ซึ่งอารมณ์ชิว ชิวมากช่วงนั้น (วิวสวยดีครับ) ตามภาพด้านล่างนี้เลย

 

 

ควบเรนเจอร์คู่ใจขึ้นเขามาได้ซักพักก็เห็นป้ายอุทยานแห่งชาติทับลานอยู่ด้านตรงข้ามฝั่งถนนก็คิดว่าคงไม่ไป พักในตัวอุทยานฯ (เพื่อนเคยบอกว่าอะไรตะวัน ๆ ซักอย่างเนี่ย เค้าไปกางเต็นท์ ชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นพร้อมทะเล หมอก) ไอ้ผมก็ไม่เฉลียวใจอะไรเล้ย ไม่คิดจะโทรฯถามด้วย เพราะอะไรหรือครับ ก็ในแผนที่มันมีนี่หว่าี ลอง ย้อนกลับไปดูแผนที่ข้างบนสิคร้าบบบบบบ! มีสถานที่ที่ชื่อ "หาดชมตะวัน" อยู่ครับซึ่งถ้าดูอัตราส่วนในแผนที่ เราจะคิดเลยว่า อ๋อ ที่นี่เองที่เพื่อนมันบอก (และชวน) ที่ไหนได้สถานที่ท่องเที่ยวที่เพื่อนเค้าบอกมันชื่อ "ผาเก็บตะวัน" ต่างหากล่ะซึ่งมันอยู่ภายในอุทยาน ไม่ได้ลำบากลำบนเหมือนกับเจ้า "หาดชมตะวัน" ซึ่งผมกำลังจะไปนี่เลย แถมในเว็บคุณท่านยังโฆษณาไว้เต็มที่ว่า "หาดชมตะวัน อยู่ในบริเวณเขื่อนลำปลายมาศ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของอุทยานแห่งชาติทับลานกับ อ.เสิงสาง(โคราช) จัด ทำขึ้นในปีอเมซิ่งไทยแลนด์ มีหาดทราย และแอ่งน้ำให้เล่น มีเรือคอยให้บริการ มีบ้านพัก และลานกางเต็นท์ พร้อมสรรพ" จะเหลือหรือครับ ผมก็คิดเลย สบาย อย่างนี้เราเที่ยว "น้ำตกห้วยใหญ่" ก่อน (คลายร้อน) จากนั้น ต่อด้วยเขื่อนลำมูลบน จากนั้นเย็น ๆ ค่อยไปจบที่ "หาดชมตะวัน" ชมพระอาทิตย์ตกดิน กลางคืนดูดาว นอน เต็นท์ ตื่นเช้าค่อยออกเดินทางเก็บแหล่งท่องเที่ยวที่เหลือถ้ามีเวลา (เคลิ้มตามบ้างมั้ยครับ)

 

ที่ไหนได้กว่าจะเจอป้ายทางเข้า "น้ำตกห้วยใหญ่" ก็ปาเข้าไปเกือบบ่ายสามแล้ว ผมก็เออยังใจเย็น ค่อยมา เก็บพรุ่งนี้ก็ได้ว้า ไป "เขื่อนลำมูลบน" เลยละกัน ประทานโทษนรกมันเริ่มเอาตอนนี้แหละ เพราะต้องเปลี่ยนจาก ถนนสายหลักอย่าง ๓๐๔ เข้าถนนที่มีป้ายบอกว่าเป็นทางเข้า เิริ่มแปลก ๆ แล้วครับทีนี้ เพราะเป็นถนนชนบท ถึงจะราดยางแล้วก็ไม่ได้มีสภาพดีเลย แถมในนั้นยังเต็มไปด้วยรถอีแต๋นขนอ้อย ขนมัน อะไรเทือกนี้ เพราะเป็น สวนอ้อย, มัน และโรงงาน กว่าจะพ้นไป ได้แทบแย่ แถมแฟนยังต้องทำหน้าที่ล่ามจำเป็นด้วย (ผมกับแฟนเป็น คนใต้ ต้องถามทางกับพี่น้องอีสานซึ่งพูด ภาษาถิ่น ซึ่งก็เต็มใจบอกทางสุด ๆ ครับ ต้องขอขอบคุณมาก ๆ) กว่าจะ งมไปจนเจอ "เขื่อนลำมูลบน" ได้แทบรากเลือด ก็เลยถ่ายภาพไว้ตามธรรมเนียมเล็กน้อยคร้าบ

 

 

 

บ่ายสามแก่ ๆ เราก็ออกเดินทางกันต่อ (ผมเริ่มใจไม่ดีแล้วเพราะคิดได้ว่าถ้าแผนที่เป็นอย่างนี้ ไม่รู้เราจะไปถึง แหล่งท่องเที่ยวเป้าหมาย "หาดชมตะวัน" เมื่อไหร่) แต่ก็เออยังทำใจเย็น(อีกแล้ว) กะไว้ว่าอย่างไรเสีย เราน่าจะไปถึงไม่เกินซัก ๕ โมงครึ่ง ที่ไหนได้เส้นทางต่อมาจากเขื่อนฯ ก็ไม่ใช่ง่าย เพราะไม่มีเส้นไหน(หมายเลข ทางหลวง) ตรงกับในแผนที่เลย ก็ตามเคยล่ะครับ เส้นทางอยู่ที่ปาก(และมือ) แฟนผมต้องเป็นล่ามจำเป็นอีก เช่นเคย ตอนนี้ยิ่งกว่าตอนแรกที่เข้าเขื่อนลำมูลบนอีก ต้องจอดแล้วจอดอีกงงไปหมด แถมเส้นทางไปอำเภอ ครบุรีก็ไม่ต่างจากเดิมคือเต็มไปด้วยรถขนอ้อย, ขนมัน และโรงงานน้ำตาล ผมยังอุตส่าห์โม้ให้แฟนฟัง (เผื่อจะลืม ความทุกข์) ว่า เฮ้ น้อง ครบุรีนี่มันน่าจะเป็นบ้านเกิดนักร้องดังนะ ก็อต จักรพรรณ ไง! ก็เค้านามสกุล "อาบครบุรี" อีกอย่างเป็นคนโคราชด้วย เนี่ย! เราได้เที่ยวบ้านเกิดดาราด้วยน้าาาาา (ว่าเข้าไปนั่น)

 

หลังจากงม(ทาง)กันอยู่นาน ก็เจอถนนเส้นที่ตรงกับในแผนที่ซะที (เส้น ๒๓๕๖) ซึ่งตอนนั้นเวลาก็ปาเข้าไป ประมาณหกโมงฝ่า ๆ แล้ว ผมก็ห้อเรนเจอร์เต็มที่ ยังไงกะว่าจะต้องไปดูตะวันตกดินที่ว่าสวย ๆ ให้ได้ (จริง ๆ ดูเอาหลังรถก็ได้ ้) ระหว่างทางก็แวะเติมน้ำมันปั๊มซักหน่อย (เติมมาเต็มถัง ยังต้องเติมอีก) ทีแรกกะว่าตอน เช้าขากลับค่อยกลับมาเติม แต่อีกใจก็เอ้าเติมไปเลยละกัน (เดชะบุญ! ปั๊มแถวนั้นปิดเร็วมาก และมีเหตุครับ) เมื่อรถเข้าถึงบริเวณเขื่อนลำปลายมาศ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ "หาดชมตะวัน" เราทั้งคู่ก็เริ่มแปลกใจ เพราะมันเงี๊ยบบบบบ! จนน่าใจหาย แต่เราก็ยังปลอบ ใจกันครับ ไม่เป็นรายร้อก ก็มันวันอาทิตย์ คนก็อาจจะน้อยไปบ้าง เหลียวซ้ายแลขวา เจอพี่เจ้าหน้าที่เข้าเค้ามา ต้อนรับครับพาไปที่ลานกางเต็นท์ (เห็นพระอาทิตย์กำลังตกสวยมาก แต่ถ่ายไม่ทันได้แต่ดู) จากนั้นก็ดูแลเรา อีกเล็กน้อยแล้วก็กลับ (แกบอกว่าออกเวรแล้ว) แฟนผมก็เริ่มถามว่าเอ๊ แล้วไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแลเราเหรอ ไอ้ผมก็ไม่ เอะใจอะไร คิดว่าคนเยอะแยะ เพราะเห็นมีกลุ่มวัยรุ่นบ้าง ครอบครัวบ้างมาปิ๊กนิก, เล่นน้ำกันประปราย (รถจอดอยู่ ๓-๔ คัน) เราก็เลยใจเย็น มาถึงก็ถ่ายรูปกันซะก่อน (กลัวจะไม่มีแสงให้ถ่าย) เสร็จแล้วถึงช่วยกันกางเต็นท์

 

 

 

ที่ไหนได้ยิ่งมืดลง มืดลง พวกก็ทะยอยกลับกันไปทีละคัน ทีละคันจนหมด สรุปเหลือกันอยู่แค่สองคนครับ แต่ผม ก็ยังใจเย็น (มากไปมั้ยเนี่ย) ชวนแฟนทานสลัด(ที่เตรียมมา) กันตรงท้ายกระบะ (ในใจก็เสียว ๆ กลัวถูกปล้น แต่ก็ยังคิดว่า ไม่เป็นไรถือว่าเค้าเปิดโอกาสให้เราสวีตกันสองคนก็แล้วกัน) จากนั้นก็ชวนแฟนเข้าเต็นท์ โทษทีครับเวลาตอนนั้นน่ะแค่ทุ่มครึ่ง แต่มันมืดมาก แถมร้อนเหงื่องี้โชก ก็ยังทำใจเย็นนั่งเล่นเกมส์กัน เล่นไป เล่นมาหมาหอนครับ (ชักหวาด ๆ แล้ว) ซักพักได้ยินเสียงคนเดินผ่านไปอีก ก็เฮ้ย! ไม่ไหวแล้วกลัว (กลัวถูก ปล้นนะครับไม่ได้กลัวผี ยิ่งมีข่าวปล้นฆ่าอะไรเทือกนี้อยู่บ่อย ๆ) ก็เลยสะกิดแฟนบอก เราไปจากที่นี่เหอะนะ ไม่ อยากเป็นข่าว (หน้าหนึ่ง) พรุ่งนี้ แฟนผมก็ผลุง ดีดตัวขึ้นมาเลย (ที่จริงเล่นเกมส์ไปงั้น คิดเรื่องเดียวกันอยู่แหละ) ว่าแล้วก็เก็บเต็นท์ (น่าจะเรียกยัด) ใส่แค็ปหลังเรนเจอร์คู่ใจแล้วบึ่งออกมาเลยครับ ไปหาที่นอนเอาดาบหน้ากัน ผมล่ะสงสารแฟนจริง ๆ เที่ยวแต่ละทีมีเรื่องให้เดือดร้อนตลอด (ต้องขอบคุณเค้ามากด้วย ไม่ว่าผมซักคำ) จาก นั้นเราก็ช่วยกันหาทางออกไปจากที่นี่ครับ ออกไปทางอำเภอเสิงสาง ผ่านเข้าครบุรี เพราะมาคิดได้ว่าแผนที่บอก ไว้ (เป็นครั้งแรกที่มันช่วยเรา) ว่าถนนเส้นที่จะผ่านอำเภอครบุรีมันจะมีแยกออกไปอำเภอเมือง ซึ่งคิดได้ว่าน่า จะปลอดภัย และหาที่พักได้ไม่ยาก (ระหว่างทางแฟนผมเค้าช่วยหาคลื่นวิทยุ สลับกับร้องเพลงให้ฟังเป็นเพื่อน ซึ้งครับ) ซึ่งการก็เป็นตามคาด เราผ่านอำเภอโชคชัยในราวสี่ทุ่ม และเจอที่พักที่นี่ ในอีกครึ่งชั่วโมงถัดมา ชื่อโคราชรีสอร์ทครับ ตอนนั้นไม่สนใจอะไรแล้วขอพักผ่อนก่อน ซึ่งที่พักที่นี่อาจจะแพงไปนิด (ห้องแอร์เตียงคู่ ประมาณ ๑,๐๐๐ บาท รวมอาหารเช้า) แต่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน (สระว่ายน้ำ, สนามไดร์ฟกอล์ฟ, ห้องอาหารฯลฯ) ห้องกว้างขวาง (นอนได้ ๔-๕ คนสบาย ๆ) และตกแต่งอย่างสวยงาม นอกจากนั้นยังมี wifi ไว้ บริการด้วยสำหรับคนติดเน็ท อีกอย่างเมื่อดูจากแผนที่ (ของทางโรงแรม) เราก็พบว่าถนนสาย ๓๐๔ เป้าหมายที่ จะพาเรากลับปราจีนฯ อยู่ห่างจากโรงแรมไม่กี่มากน้อย เพราะฉะนั้นปัญหาเรื่องจะกลับกันยังไงก็เป็นอันพับไปได้ สบายใจได้แล้วครับ เข้าที่พักได้ อาบน้ำเสร็จก็พักผ่อนกันปุ๋ยเลย แหม! เหนื่อยกันมาทั้งวันนี่

 

 

 

 

เติมพลังตอนเช้ากันด้วย "บุฟเฟ่ต์" เรียบร้อย เราก็เดินทางกลับ เป็นอันว่าจบทริป "ทัวร์คางเหลือง ที่ทับลาน" กันเท่านี้ ไว้เจอกันโอกาสหน้าครับ

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

แวะมาอ่าน ไม่รู้จะว่าอย่างไรดี ก็คนไม่เคยไปนี่เนอะ อ้อ แต่คราวหน้าถ้าจะไปแถบภาคอีสาน จนถึงแถบภาคกลางตอนล่าง ก็ถามเราได้นะ เพราะเคยย้ายไปย้ายมา (ตามสถานที่ทำงาน) จนพรุนแล้ว ที่เสิงสางก็ไปอยู่มา 2 ปี แล้วนึกอย่างไรนี่ โดนหลอก(จากภาพ)ละสิ
ที่จริงเราก็เคยเจอเหตุการณ์คล้าย ๆ กัน ตอนที่มาเที่ยวระยองแล้วกลับโคราช
โดยดูจากแผนที่ในมือหาทางลัดก็คิดว่าเจอแล้ว ปรากฎว่้าในแผนที่แถว ๆ สนามชัยเขตนี่ ดูแล้วเหมือนเป็นเส้นทางที่เชื่อมต่อกัน เราก็ขับรถไป คิดว่าอืม น่าจะลัดดี ที่ไหนได้ ไปสุดทางลาดยาง แล้วเป็นลูกรัง(เปลี่ยว ๆ ) ดีนะที่ไม่มากเท่าไหร่ประมาณ 7 กม. ก็มาเจอถนนลาดยางเหมือนเดิม เรางี้ใจหายใจคว่ำเหมือนกัน จะบ่นโวยวายก็ไม่ได้ เพราะเราเป็นคนจิ้มแผนที่ บอกทางเอง นับจากนั้นมาเส้นทางลัดนี่ไม่ได้แอ้มเราหรอก ตอนนี้เราย้ายมาอยู่นครนายกได้ 2 ปีแล้ว วันก่อนมีประชุมที่สระแก้ว เรายกมือไปเอง แล้วมานึกได้ว่ายังไม่เคยไปนี่หว่า (เคยไปแถบอีสาน กับภาคกลางตอนล่าง ชัยนาท อ่างทอง) แถบภาคตะวันออกนี่ไปแค่แถวทะเลกับนครนายก ปราจีนบุรี นี่อาสาไปสระแก้วได้อย่างไรนี่ แต่ในที่สุด(หลวมตัวไปแล้ว) ก็แสดงสปิริต เอาวะ ตราบใดรถยังมีน้ำมันตราบนั้นเรายังมีหวังรอด โชคดีที่ก่อนไปมีคนอาสาขับรถให้ ก็เลยไม่ต้องไป(หาทาง)ตายเอาดาบหน้า นี่ เราคอมเม้นท์มากเกินไปไหมนี่ ให้ไปหนึ่งดาวแล้วกัน ให้กำลังใจ Hot! แสดงว่าชอบขับรถเที่ยวเรื่อยเปื่อยเหมือนกันกับเรา (แต่ตอนนี้ รถเริ่มเก่าแล้ว คนยังไหว แต่รถเริ่มแย่ คงต้องเก็บตังซื้อรถใหม่)แล้วอย่าลืมเล่าทริปเขาใหญ่นะ จะคอยอ่าน
แบบว่านางแบบเด่นกว่าทับลานอีกง่ะ อิอิdouble wink

#2 By 2spot studio on 2008-03-20 15:16

ขอบคุณนะครับสำหรับคอมเม้นท์แรกที่ให้กำลังใจกัน คุณกับผมคงเป็นพวกชอบขับรถเที่ยวเองเหมือนกัน ยินดีที่ได้รู้จักครับ ส่วนคุณคอมเม้นท์ที่สองก็ต้องขอบคุณ ด้วยครับ ลืมไปสนิทเลยว่าเราเขียนเรื่องท่องเที่ยวนี่หว่า ลงรูปประกอบซ้าาาาา... แทบไม่เห็นวิว โอกาสหน้า(หลังจากเรื่องเขาใหญ่)ขอแก้ตัวก็แล้วกันนะครับ

#3 By worrior (202.44.47.2) on 2008-03-20 15:46

confused smileถ้าไปแถวนั้นส่วนมากไปจบที่ปากช่องทุกทีconfused smile

#4 By (^_^)/nana on 2008-03-20 16:48

กะเที่ยวเอาตายเลยนะนั่นน่ะ sad smile
จริง ๆ จะบอกว่าชอบเที่ยวเลยคงไม่ใช่ คงเป็นเพราะตลอด 20 ปีมานี้ ที่ทำงานกับบ้านไม่เคยอยู่ที่เดียวกันเลย ไปทำงานไกลที่สุดก็มุกดาหาร ดังนั้น ระหว่างการเดินทาง จึงทำให้ได้แวะเที่ยวไปด้วย และมีความสุขกับการได้ย้ายไปทำงานหลาย ๆ ที่ เคยลองสังเกตดูรู้สึกว่าถ้าไปอยู่ที่ไหนแล้วเที่ยวรอบ ๆ บริเวณนั้นในรัศมี 200 กม.จนไม่มีที่เที่ยวให้เที่ยวแล้ว ก็จะได้ย้ายไปที่ใหม่ (ประมาณ 2 ปี/ครั้ง) มีที่มุกดาหารที่อยู่นานที่สุด 5 ปี
ยังไม่เคยไปทับลานเลย
ไว้จะหาโอกาสไปบ้าง

แวะมาทักทาย
ตามประสาคนชอบเที่ยวเหมือนกัน

#7 By ~* แมวอ้วน *~ on 2008-03-22 10:04

นางแบบน่ารักมากคะ แต่กี้ยังไม่เคยไปเลยคะ เห็นแล้วอยากไปอยากไปคะ

#8 By ใจสัมผัส on 2008-03-23 07:19

ว๊าย!!!ช้างป่า^^

#9 By annie on 2008-03-26 16:49