สงกรานต์ หัวหิน ถิ่นมีหอย และคนยังเบี้ย(มีตังค์เหลือเยอะ)
posted on 20 Apr 2008 21:26 by worrior
สวัสดีอีกครั้งครับพี่น้อง เป็นยังไงกันบ้างหยุดยาว ๆ อย่างนี้ คงเที่ยวสงกรานต์กันเต็มอิ่ม ก็หวังว่าจะปลอดภัยกลับ มากันทุกคนนะคร้าบ ส่วนกระผมเองอยากจะบอกว่าไม่ล่ายไปไหนกะเขาเลยครับ ได้แต่กลับบ้าน (ชุมพร) เจอญาติ - พี่น้องบ้าง แต่แทบไม่ได้ไปไหนเลยครับ เหตุเิกิดจากแฟนป๋มเค้า ต้องบวชแก้บน (เค้าให้คีโมมา ๖ เดือนแล้วผ่าน มาได้) ซึ่งฤกษ์บวชนั้นแม่ยาย(ว่าที่
) เพิ่งจะมาบอก ไอ้โครงการเที่ยวต่าง ๆ ก็เลยฟาล์วไป
อ๊ะ อ๊ะ อย่าเพิ่งงงครับ ว่าแล้วไอ้หัวหิน ถิ่นมีหอยเนี่ยมันมาได้ไง ครับ! เมื่อเห็นท่าว่าสงกรานต์นี้คงไม่ได้ไป ไหนกับใครเค้า ก็เลยตกลงใจกันว่างั้นเที่ยวมันก่อนสงกรานต์แล้วกัน
ว่าแล้วเราก็มาเริ่มกันเล้ยยยยยยย
อย่างเคยครับผมควบฟอร์ดเรนเจอร์คันเก่งจากปราจีนฯแต่เ้ช้า เพื่อไปรับแฟนเค้าที่หน้าบิ๊กซีพระรามสองฝั่งตรง ข้ามเซ็นทรัล หลังจากทานข้าวเช้า (สายครับ ประมาณ ๑๐ โมง) กันเรียบร้อยก็ออกเดินทาง รถราก็ไม่เยอะครับ (ข้อดีของการเดินทางก่อน เทศกาล
) ขับรถเรื่อย ๆ ผ่านสมุทรสาคร, สมุทรสงคราม เลี้ยวเข้าเพชรบุรี แล้วเลี้ยว ซ้ายอีกทีเพื่อไปหัวหินเป้าหมาย
เราไปถึงหัวหินเอาราวเกือบบ่ายสาม จากนั้นก็ิเิริ่มปฏิบัติการหาโรงแรมพักผ่อนกัน ซึ่งได้หาข้อมูลมาแล้วว่าคืนนี้ จะไปนอนกันที่ "บ้านกางมุ้ง" ที่พักชื่อเก๋ไก๋ และแปลกระคนกัน ซึ่งตั้งอยู่แถบ ๆ เขาตะเกียบ อยู่บนถนนเส้นเลียบ ชายหาด กว่าจะเจอเราก็ตระเวณหาตั้งแต่ในตัวเมืองเลยครับ แต่พอได้สัมผัสที่จริงก็รู้สึกว่าห้องมันจาแคบไปน้า ถึงจะใกล้ชายหาด และการออกแบบจะดูน่ารัก ๆ ก็เหอะ แถมสนนราคาต่ำสุดอยู่ที่ ๑,๗๐๐ บาท/คืน (ขนาดเป็น โรงแรมแถบชายหาดที่ราคาถูกที่สุดแล้วนะ
) ก็เลย เปลี่ยนใจกันคร้าบ ไปหาเอาในเมืองละกัน (อยากจะแนะนำ สำหรับคนเบี้ยน้อย หอยน้อย ถ้าอยากเที่ยวหัวหิน ให้หาที่พักในเมืองจาดีกว่า ราคาเรารับได้ราวพันนึง อีกอย่าง กลางคืนไฮไลท์ของที่นี่ "ตลาดโต้รุ่งหัวหิน" ก็อยู่ในเมือง เช้า ๆ สาย ๆ เราค่อยไปชายหาดก็ได้)
หลังจากหากันอยู่นานเราก็ได้ที่นึงชื่อ "โรงแรมสุขสบาย" ครับ เป็นโรงแรมเล็ก ๆ ราคาแค่คืนละ ๑,๒๐๐ เท่านั้น ย่อมเยาว์มากแล้ว (สำหรับที่นี่
) ไม่รวมอาหารเช้านะ แถมแค่น้ำสองขวด
ห้องหับใช้ได้ยังใหม่เอี่ยมเลย แถม ที่พิเศษคือ มีเซฟตี้บ๊อกซ์ให้เก็บของมีค่าด้วย แหมอย่างกับโรงแรมแพง ๆ เลย ว่าแล้วผมก็ถ่ายภาพตรงนั้นตรงนี้ ไปเรื่อย หันมาอีกทีก็เห็นแฟนแอ้งแม้งไปเป็นที่เรียบร้อย คงจาเหนื่อยน่าดู ลองชมภาพประกอบสิ
น้ำฟรีสองขวดคร้าบ ไอ้ขวดใหญ่ซื้อมาแช่เอง
ราวสองสามชั่วโมงต่อมาเมื่อพักจนหายเหนือยแล้วท้องก็เริ่มหิว ก็เป็นอันได้เวลาไป "ตลาดโต้รุ่งหัวหิน" ไฮไลท์ของวันนี้เพื่อหารับทาน เราเดินกันไปนะเนื่องจากตลาดอยู่ไม่ ไกลจากที่พักมากนัก ซึ่งไม่นานเราก็ได้ที่ดับหิวชื่อ "หมูซีฟู้ด" เป็นร้านตามสั่ง คนนั่งกันค่อนข้างแน่น ก็เลยเอา น่าจะไม่ผิดหวัง ก็เป็นอันสั่งข้าวมารับทานกัน
ระหว่างเล็ง กินอารายดีน้าาาาา
ว่าแล้วก็สั่งผัดสะกอกุ้ง+แกงจืด+ข้าว+น้ำเปล่า
บรรยากาศระหว่างรอ มีทั้งพี่ไทย พี่หรั่งนั่งกันสลอน ขนาดยังหัวค่ำนะเีนี่ย
มาแว้ว! น่าทานม้ากกกกก โดยเฉพาะสะตอเม็ดใหญ่ แอนด์ กุ้งตัวบะเร่ิอ
ราคาก็เบาะ ๆ ของแถบนี้ รวมน้ำเปล่า แล้วอยู่ที่ ๑๗๐ คับผม
รสชาดออกหวานนิดนึงง่ะ คงทำเผื่อฝรั่งจนชินมั้ง
เมื่อเสร็จภาระกิจเราก็ออกสำรวจซี คร้าบบบบบบ มามะทุกท่านป๋มจะพาไปเที่ยว
ผลไม้ครับ สด ๆ อวบ ๆ คุณภาพคับแก้วจริง ๆ (แต่ราคาไปถามกันเอาเองคับ
) แฟนเค้าอยากกินเงาะ ก็เอาครับ ซื้อครึ่งโลนะพอหายอยาก (ไม่ใช่งกนะเงาะเนี่ยวันนั้นโล ๖๐ เท่าน้านนนน
)
เอ้าใครอยากเช่าพระ เร่เข้ามา เจอโจทย์แล้วอยากหนังเหนียว หรือต้องนอนคนเดียวแล้วกัวผี เชิญค้าบ
ใครยังไม่มีเื้สื้อสายเดี่ยวไว้ใส่ชิลล์ชายหาด ก็เชิญได้ (แหมมีทู้กกกอย่างจริงๆ
)
ถึงครึ่งทางจะเจอขนมโบราณ "กะลอจี๊" ของป้าแดง เป็นแป้งนิ่ม ๆ ทอดดูคล้าย ๆ กุ่ยช่ายแฮะ แต่ช่วงนั้นอิ่มครับ เลยไม่ได้ลอง แถมนางแบบก็ดูไม่ได้สนใจเล้ยยยยย ลองดูเอาในภาพสิ
ต่อ ๆ อยากได้โคมไฟ แอนด์ หลอดไฟสีมั้ย เชิญคร้าบบบบ
มาเที่ยวทาเล ไม่ได้รับทานซีฟู้ด เดี๋ยวเค้าจาว่ามาไม่ถึง ซักหน่อยมั้ย
(แถวนี้ร้านซีฟู้ดเพียบ มีทั้งเผา, ทอด จัดให้ได้ทุกกรรมวิธี) ถ้ามีตังค์จ่าย
ฝาหรั่ง แขก ไทย จีน ฯลฯ นั่งกันเพียบ คึกคักจริง ๆ ยิ่งดึกคนยิ่งเยอะ เนี่ยราวสองสามทุ่มแล้วนะ
ต้องการแนวอินเตอร์มั้ยคับ ซาตง ซาเต็ก มีโม้ดดดดดด ทั้งเนื้อ ปลา ไก่
ตุ้มหูก็มีนะ ว่าก็ว่าเหอะ หาไรมีแทบทู้กกกอย่างงงงง จริง ๆ (เสียแต่ว่าคู่ละห้าหกสิบขึ้นทั้งน้านนนนน
)
บรรยากาศตรงปลาย ๆ ถนนคับ กว่าจะมาถึงเหนื่อยพอได้เชียวละ่
ก่อนกลับก็มะม่วงน้ำปลา(กะปิ)หวานซ้าหน่อย แก้ง่วง ร้านเนี้ยชื่อ "สาลี่กะปิหวาน" อยู่ตรงข้ามกับ "หมูซีฟู๊ด" แหละ มีน้ำปลาหวาน และผลไม้ให้ เลือกหลากชนิด ของเค้าดังนะ ออกรายการทีวี และลงหนังสือมาเพียบ แต่เจ้าของร้านบึ้งซะไม่ยักกะยิ้มสักแอะ ไม่เห็นเหมือนที่เค้าโปรโมทเยยว่ายิ้มหวานนนนนน
(สงกาสัยว่าเพราะซื้อเค้าแค่ชุดเดียวล่ะม้าง
)
สภาพระหว่างเดินกลับครับ ดูกันเอาเอง อย่างกับวิ่งสี่คูณร้อยมางั้น คงไม่ต้องเดานะครับว่าถึงโรงแรมแล้วทำไร กันต่อ หลับซีคร้าบบบบบ สภาพผมก็ไม่ต่างจากแฟนเท่าไหร่เพียงแต่เค้าไม่มีแรงถ่ายรูปมาให้ดูเท่านั้นแหละ
ตื่นเช้า (สาย) มารับอากาศอันสดชื่นนนน
ต่างจากเมื่อคืนอย่างเห็นได้ช้าดดดดด อิ อิ
เก็บข้าวของแล้วก็มาชักภาพแถวระเบียงหน้าห้องไ้ว้เป็นหลักฐาน
อีกซักรูป
ราว ๆ สิบโมงเราก็เช็คเอาท์จากโรงแรมครับ ไปเที่ยวชายหาดหัวหินกันดีกว่า
หน้าหาดจะมีที่สำหรับจอดรถชั่วโมงละ ๑๐ บาท (ที่จอดค่อนข้างแคบคุณอาจจอดไว้ด้านนอก แล้วค่อยเดินเอา ก็ได้
) ระหว่างทางก่อนจะถึงหาดจะมีของที่ระลึกจำพวกหอยทะเล, โมบายกะลามะพร้าว หรือพวกของทานเล่น ก็มีครับ ราคาก็ไม่แพงมากนัก (ยังไงก็แพงกว่าที่อื่นน่ะนะ ก็นี่มันหัวหินถิ่นคนมีเบี้ย (มาก) นี่หว่า
)
มีม้าบริการนั่งชมหาดด้วยยยยยยย รอบละ(ไปกลับภายในบริเวณหาด) ๕ - ๖ ร้อยบาทเท่าน้านนนนน
ลองต่อ รองแค่ขึ้นไปนั่งได้มั้ย ด้ายยยยยครับ ขึ้นไปนั่งบนม้าเฉย ๆ ถ่ายรูป ถ้าท่าเดียว ยี่สิบ เหมาท่า(ถ่ายรูปกี่ครั้งก็ได้) แค่ห้าสิบเท่านั้น ตอนนั้นบอกได้เลยว่าไม่มีอารมณ์ครับถ้าเป็นเย็น ๆ หรือเช้ากว่านี้ไม่แน่
ไปถึงตอนนั้นจะ ๑๑ โมงแว้ววววว ร้อนจาตายชัก ไม่ไหว หาอะไรกินกันดีกว่า หิวมากแล้วด้วย
บรรยากาศชิล ชิล (แต่ร้อนโคตรถ้าไม่ได้อยู่ในร่ม
) หน้าร้านอาหารริมชายหาด
สั่งอาหารดีกว่ากองทัพต้องเดินด้วยท้อง
รู้สึกว่าเค้ามีระบบควบคุมราคาอาหารเป็นของ อบต.หัวหินมั้ง (ถ้าไม่ ควบคุมจะเป็นยังไงเนี่ย หุ หุ
)
มาแล้ววววว ขอลุยก่อนนะคร้าบบบบบ
สั่งอาหารมาสองอย่างเท่านั้นแหละ ต้มยำทะเล+ข้าวผัดทะเล (ทีแรก จาสั่งต้มยำปลา แต่แฟนบอกเห็นราคาแล้วขนลุกกกกก ก็เลยเออรวมมิตรทะเลก็ได้) รู้สึกว่าค่าตัวกุ้ง+หอย+หมึก ในต้มยำ แอนด์ข้าวผัดจาราว ฉองย้อยห้าสิบเท่าน้านนนน ไม่เป็นไรค้าบบบ สงสัยข้าวจาแพงงงงง
(ดีนะที่หิ้วน้ำเปล่ามาเองเลยเสียแค่ค่าน้ำแข็งเปล่าราคาแค่ถังละ ๒๐ บาท
) กินกันเต็มคราบ แล้วก็ถึงเวลาเดินย่อยสิครับ
หน้าฮิลตั้นโรงแรมที่เราพัก(ไม่ได้
) เฮ้อ! น่าพักซ้าาาาา แต่คืนนึงราวสี่พันแน่ะ ไม่ไหว ไม่ไหว
ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่ชายหาดหัวหินจ้า ห่วงยาง, บานาน่าโบ้ทมีบริการนะ เชิญเลือกกันตามอัธยาศัย
พักซะหน่อย เดินนาน ๆ ชักเริ่มเหนื่อย (ที่เห็นนั่งอยู่น่ะเป็นพวกเปลือกหอยนะไม่ใช่หิน นั่งแล้วเจ็บก้นน่าดู
)
ฝากรองเท้าเอาไว้ ฝากรองเท้า เอ้ย! รอยเท้าเอาไว้ เก็บไปแค่ภาพถ่าย
ราวสิบเอ็ดโมงแก่ ๆ เราก็ออกเดินทาง จาก "หัวหิน ถิ่น(คน)มีหอย & เบี้ยเยอะ ๆ" เพื่อไปต่อยังที่เที่ยวสุดท้าย "วัดตาลเจ็ดยอด" ครับ
มาถึงวัดตาลเจ็ดยอด จะเห็นรูปหล่อ "ปู่โต" หรือ "สมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังษี" เกจิดัง พระอาจารย์ของล้น เกล้ารัชกาลที่ ๕ ผู้สร้างสุดยอดตำนานพระเครื่อง "พระสมเด็จวัดระฆัง" อันลือลั่น ซึ่งองค์ที่เห็นใหญ่โตมากครับ ทางวัดเค้าว่าใหญ่ที่สุดในเมืองไทย ไอ้กระผมก็ไม่แน่ใจหรอก เพราะมีแบบนี้อีกที่ที่โคราช ที่สรพงศ์สร้างก็เห็น โฆษณาว่าใหญ่ที่สุดเหมือนกัน ผมก็ไม่เคยคิดจะจดสถิติด้วย ก็เลยจนใจครับ เอาเป็นว่ามีขนาดใหญ่พอ ๆ กัน นะครับ
บริเวณ "วัดตาลเจ็ดยอด" นี่น่าจะบูรณะใหม่และเริ่มมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมากขึ้นเพราะการสร้าง รูปหล่อ "ปู่โต" นี่แหละครับ มาเราไปนมัสการท่านกัน
บันไดทางขึ้น และลงครับ มีทางเดียว ไม่ค่อยชันเท่าไหร่ แต่มันร้อนมั่ก ๆๆๆ
ด้านบนครับ ผ่านมาทางใต้ก็อย่าลืมแวะนมัสการท่านนะ เป็นกำลังใจและทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย สาธุ!
สักการะท่านแล้วก็ถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกซักหน่อย
อีกซ้ากก รูป (ร่มที่เห็นยืมของวัดเอาครับ เค้าคงรู้ว่ามันร้อน ก็เลยจัดเตรียมเอาไว้ให้ยืม
)
์ลงบันไดมาตรงชั้นกลาง (ใต้รูปหล่อหลวงปู่) จะมีพระคอยรับสังฆทาน และเจ้าหน้าที่คอยรับบริจาค ที่เห็นใน ภาพแฟนเค้าสรงน้ำพระครับ (ทางวัดจัดไว้ให้เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์
)
สรงน้ำพระพุทธแล้ว ก็ต้องไม่ลืมพระอรหันตสาวกมากมายหลายองค์ สาธุ!
ด้านล่างตรงตีนบันไดทางขึ้น(บริเวณหัวพญานาคทั้งสองด้าน) ประดิษฐานองค์ท้าวจตุคามรามเทพไว้ให้เรา สักการะ เป็นอันจบทริป "สงกรานต์ หัวหิน ถิ่นมีหอย และคนยังเบี้ย(มีตังค์เหลือเยอะ)" ไว้เท่านี้ หวังว่าคงอิ่มบุญกันถ้วนหน้านะครับ แล้วเจอกันทริปหน้า
) ไอ้กระผมซี ไม่ได้เอาเสื้อกันหนาวมา แฟนเค้าเตือนแล้วก็ไม่ฟัง (ตอนกลางวันด้านล่างไม่ค่อยเย็น ก็เลย โอ๊ย! เกะกะ ไม่ชอบพก ของเยอะ
) แต่ก็เออยังทำใจเย็น(อีกแล้ว
แถมเส้นทางไปอำเภอ ครบุรีก็ไม่ต่างจากเดิมคือเต็มไปด้วยรถขนอ้อย, ขนมัน และโรงงานน้ำตาล ผมยังอุตส่าห์โม้ให้แฟนฟัง (เผื่อจะลืม ความทุกข์) ว่า เฮ้ น้อง ครบุรีนี่มันน่าจะเป็นบ้านเกิดนักร้องดังนะ ก็อต จักรพรรณ ไง! ก็เค้านามสกุล "อาบครบุรี" อีกอย่างเป็นคนโคราชด้วย เนี่ย! เราได้เที่ยวบ้านเกิดดาราด้วยน้าาาาา (ว่าเข้าไปนั่น

) และใหญ่มากมายหลายเชือกพร้อมควานซึ่งแต่งตัวแบบทหาร โบราณคอยบริการนำชมเกาะเมือง สนนราคาถ้าจำไม่ผิดราว ๑๕๐ บาทต่อเที่ยวมั้งครับ ทีแรกก็ กะจะชวนแฟนเขานั่งด้วยเหมือนกันแต่กลัวจะไม่ทันเวลา เลยกะว่าไว้โอกาสหน้าก็แล้วกัน ลืมบอกไปครับที่ต้องเลี้ยวซ้ายที่สี่แยกนี้เพราะว่าจะไปจอดรถครับ เลี้ยวขวาอีกสองทีก็จะเจอที่ จอดรถซึ่งอยู่หลังวิหารพระมงคลบพิตร

) จากนั้นเราก็ เริ่มเข้าสู่บริเวณงาน (อยู่ด้านหลังวัดมหาธาตุ) อย่างแรกก็ต้องแลกเงินโบราณใช้กันก่อน โดย เค้าขายทั้งถุง (สีแดง)ขนาดกำลังน่ารักเหมาะมือ ไอ้เงินที่แลกมานี่จะเป็นเงินพดด้วงมีสองราคา คือ ๕ บาท กับ ๑๐ บาท และต้องซื้อทั้งถุง ๑๐๐ บาท
) และแล้วรถก็แล่นผ่านหน้าวิหารพระมงคลบพิตร (อีกรอบ) ก็เลยเกิดพุทธิปัญญา ขึ้นมาว่าลงเดินเถอะเผื่อมันจะทันได้ดูการแสดงซักครึ่งรอบก็ยังดี
กว่าจะถึงรถก็ เล่นเอาเหนื่อยครับ แถมแฟนปวดชิ้งฉ่องต้องไปหาห้องน้ำเข้าอีก เฮ้อ! (อีกแล้ว) จะได้ดูซัก ครึ่งรอบมั้ยคร้าบ